Pioneering world changing progress

From technology that inspired Lasik to computer that can see

1981

The discovery that discovery inspired the development of LASIK eye surgery


ภาพแสดงการใช้ eximer laser แกะคำว่า IBM บนเส้นผม

ในปี พ.ศ. 2524 นักวิจัยสามคนจาก IBM Thomas J. Watson Research Center ในยอร์คทาวน์ นิวยอร์ค ประกอบด้วย Samuel Blum, Rangaswamy Srinivasan และ James J. Wynne ได้สำรวจวิธีการใหม่ๆ ในการใช้ excimer laser

การพัฒนาที่ยิ่งใหญ่นี้เริ่มต้นด้วยไก่งวงบางส่วนที่เหลือจากงานเลี้ยงอาหารค่ำวันขอบคุณพระเจ้า เมื่อ Srinivasan ใช้ excimer laser ที่ 193 นาโนเมตรเพื่อแกะสลักแพทเทิร์นต่างๆ บนกระดูก โดยมีกระดูกอ่อนหรือเนื้อสัตว์อยู่บนตัวอย่างเนื้อเยื่อนั้นด้วย การใช้แสงอัลตราไวโอเลตของ excimer laser ตัดทำให้ทั้งสามพบว่าผลลัพธ์ที่ออกมามีความประณีตอย่างมาก โดยที่เนื้อเยื่อโดยรอบไม่ได้รับความเสียหายใดๆ เลย การใช้เลเซอร์จะตัดการเชื่อมโยงโมเลกุลในชั้นบนพื้นผิวของเนื้อเยื่อที่บางมากแทนที่จะทำให้ไหม้ ทำให้เกิดการสลายตัวอย่างมีประสิทธิภาพและไม่เกิดความเสียหายแก่เนื้อเยื่อที่อยู่ต่ำกว่าหรือเนื้อเยื่อที่อยู่ติดกัน

การค้นพบนี้เป็นแรงบันดาลใจให้เกิดการพัฒนาการผ่าตัดเลสิก (LASIK) ตา เลเซอร์นี้ช่วยให้จักษุแพทย์สามารถกำจัดเนื้อเยื่อกระจกตาบางๆ ที่มีความหนาประมาณ 1/200 ของความหนาของเส้นผมมนุษย์ ในเวลาประมาณ 2 ส่วนในหนึ่งพันล้านวินาที วิธีการเหล่านี้เปลี่ยนแนวทางที่แพทย์ใช้ในการรักษาปัญหาการมองเห็นส่วนใหญ่ด้วยการผ่าตัดโดยสิ้นเชิง และเป็นเหตุผลที่คน 20 ล้านคนในปัจจุบันไม่จำเป็นต้องสวมแว่นตาหรือคอนแทคเลนส์

In 1981, three researchers at the IBM ® Thomas J. Watson Research Center in Yorktown, New York—Samuel Blum, Rangaswamy Srinivasan and James J. Wynne—had been exploring new ways to use the excimer laser that had been recently acquired by their laser physics and chemistry group.

The breakthrough started with some turkey left over from Thanksgiving Day dinner, when Srinivasan used the excimer laser at 193nm to etch a pattern in whatever bone, cartilage or meat was on the tissue sample. By using the ultraviolet light of the excimer laser, they were getting an extremely clean cut, with no evidence of damage to the surrounding tissue. Instead of burning living matter, each laser pulse disrupted the molecular bonds in a very thin layer on the surface of the tissue, effectively disintegrating it, leaving no observable collateral damage to the underlying or adjacent tissue.

The discovery inspired the development of LASIK eye surgery. With this laser, ophthalmologists have the ability to remove very thin amounts of corneal tissue, equal to approximately 1/200th of the thickness of a human hair, in about 2 billionths of a second. This procedure completely transformed the way doctors surgically treat common vision problems and is the reason that 20 million people today do not need to wear glasses or contact lenses.



2015

Watson’s advanced image analytics



ในปี พ.ศ. 2558 ไอบีเอ็มเข้าซื้อกิจการเมิร์จ เฮลธ์แคร์ อิงค์ และนำความสามารถในการ “มองเห็น” มาสู่เทคโนโลยี Watson โดยการผสานความสามารถด้านค็อกนิทิฟและการวิเคราะห์ภาพขั้นสูงของ Watson เข้ากับข้อมูลและภาพที่ได้จากแพลตฟอร์มการจัดการการฉายภาพทางการแพทย์ของเมิร์จ

ภาพถ่ายทางการแพทย์คือแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่ที่สุดและมีอัตราการเติบโตเร็วที่สุดในอุตสาหกรรมการดูแลสุขภาพ และบางทีอาจถึงระดับโลก นักวิจัยของไอบีเอ็มประมาณการไว้ว่าภาพถ่ายทางการแพทย์คือข้อมูลที่มีสัดส่วนอย่างน้อยถึง 90% ของข้อมูลทางการแพทย์ทั้งหมดในปัจจุบัน แต่ก็ยังคงมีปัญหาท้าทายบางประการที่รอการแก้ไข ได้แก่ ปริมาณภาพถ่ายทางการแพทย์อาจมีจำนวนมากเกินกว่าที่จะรับมือไหว แม้กับผู้เชี่ยวชาญที่มีความสามารถมากที่สุดก็ตาม โดยในปัจจุบัน นักรังสีวิทยาในห้องฉุกเฉินของโรงพยาบาลบางแห่งมีภาพถ่ายทางการแพทย์ที่ต้องรับผิดชอบมากถึง 100,000 ภาพต่อวัน

เครื่องมือที่จะช่วยให้แพทย์ผู้ทำการรักษาดึงข้อมูลเชิงลึกออกมาจากภาพถ่ายทางการแพทย์ได้นั้นยังคงมีจำกัดอย่างมาก โดยการวิเคราะห์ส่วนใหญ่ยังจำเป็นต้องทำด้วยตนเอง

ในการค้นหาข้อมูลเชิงลึกที่มีประสิทธิภาพมากที่สุดจากชุดข้อมูลด้านต่างๆ (ข้อมูลเวชระเบียน การทดลองในห้องปฏิบัติการ การศึกษาจีโนม (Genomics) เป็นต้น) ภาพถ่ายทางการแพทย์ก็ยังคงเป็นส่วนที่ขาดการเชื่อมโยงกับข้อมูลสารสนเทศทางการแพทย์กระแสหลักมากที่สุดอยู่ดี   

ในปี พ.ศ. 2560 ไอบีเอ็มเปิดตัว IBM Watson Imaging Clinical Review ซึ่งเป็นเทคโนโลยีการถ่ายภาพระบบค็อกนิทิฟรุ่นแรกของ Watson Health และมีการประกาศขยายความร่วมมือในการนำเทคโนโลยีการถ่ายภาพทางการแพทย์ของ Watson Health ไปใช้ในหน่วยงาน 24 แห่งทั่วโลก ซึ่งเป็นการเพิ่มเติมความเชี่ยวชาญในด้านอุตสาหกรรมและการรักษาให้แก่โครงการริเริ่มในการรับมือกับปัญหาด้านดวงตา สมอง ทรวงอก หัวใจ และภาวะสุขภาพที่เกี่ยวข้อง

ความร่วมมือด้านเทคโนโลยีการถ่ายภาพทางการแพทย์ของ Watson Health เป็นโครงการริเริ่มที่ประกอบขึ้นจากระบบสุขภาพชั้นนำ ศูนย์การศึกษาทางการแพทย์ เวชปฏิบัติด้านรังสีวิทยาส่วนบุคคล ผู้ให้บริการด้านรังสีวิทยานอกสถานที่ และบริษัทด้านเทคโนโลยีการถ่ายภาพ ที่ค้นหาวิธีการเพื่อนำการถ่ายภาพทางการแพทย์มาใช้ในการระบุและคาดการณ์ความเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็ง เบาหวาน และโรคเกี่ยวกับดวงตา สมอง หัวใจ และภาวะสุขภาพที่เกี่ยวข้อง

เทคโนโลยี Watson Imaging Clinical Review ใช้การวิเคราะห์ข้อความแบบค็อกนิทิฟเพื่ออ่านข้อมูลแบบมีโครงสร้างและไม่มีโครงสร้างในรายงานทางการแพทย์ของแพทย์โรคหัวใจ แล้วผนวกรวมข้อมูลนั้นกับข้อมูลต่างๆ ที่ได้จากแหล่งอื่นๆ (เช่น รายงานปัญหาของเวชกิจฉุกเฉิน) เพื่อพิจารณาว่าการวินิจฉัยภาวะโรคลิ้นหัวใจตีบของแพทย์โรคหัวใจสอดคล้องกับเวชระเบียนของเวชกิจฉุกเฉินหรือไม่ กล่าวง่ายๆ ก็คือ ถ้ารายงานทางการแพทย์ของแพทย์โรคหัวใจระบุถึงการวินิจฉัยภาวะโรคลิ้นหัวใจตีบ เทคโนโลยี Watson Imaging Clinical Review จะช่วยตรวจสอบยืนยันว่าการวินิจฉัยนั้นสอดคล้องกับเวชระเบียนสุขภาพแบบอิเล็กทรอนิกส์ เช่น รายงานปัญหาของผู้ป่วยหรือข้อมูลค่ารักษาพยาบาลหรือไม่

อ่านเพิ่มเติมที่ https://www.ibm.com/ watson/ health/imaging/


In 2015, IBM acquired Merge Healthcare Incorporated and brought the ability to “see” to Watson by bringing together Watson’s advanced image analytics and cognitive capabilities with data and images obtained from Merge’s medical imaging management platform.

Medical images are by far the largest and fastest-growing data source in the healthcare industry and perhaps the world – IBM researchers estimate that they account for at least 90% of all medical data today – but they also present challenges that need to be addressed:

The volume of medical images can be overwhelming to even the most sophisticated specialists – radiologists in some hospital emergency rooms are presented with as many as 100,000 images a day1.

Tools to help clinicians extract insights from medical images remain very limited, requiring most analysis to be done manually.

At a time when the most powerful insights come at the intersection of diverse data sets (medical records, lab tests, genomics, etc.), medical images remain largely disconnected from mainstream health information.  

In 2017, IBM introduced IBM Watson Imaging Clinical Review -- the first cognitive imaging offering from Watson Health -- and announced the expansion of the Watson Health medical imaging collaborative to 24 organizations worldwide, adding clinical and industry expertise for the worldwide initiative already tackling eye, brain, breast, heart and related conditions.

The Watson Health medical imaging collaborative is an initiative comprised of leading health systems, academic medical centers, private radiology practices, ambulatory radiology providers, and imaging technology companies that are finding ways to use medical imaging to identify and predict the risk of cancer, diabetes, and diseases of the eye, brain and heart and related conditions.

Watson Imaging Clinical Review uses cognitive text analytics to read structured and unstructured information in a cardiologist’s medical report, combines that with a variety of data from other sources (e.g. the EMR problem list) to determine if the cardiologist's diagnosis of aortic stenosis was propagated to the EMR record. Simply stated, if the cardiologist's report indicates a diagnosis of aortic stenosis, Watson Imaging Clinical Review helps verify that this diagnosis was propagated into the electronic health record into places like the patient's problem list or billing record.

Learn more at  https://www.ibm.com/ watson/ health/imaging/.

Contact us

Contact us